บริจาคเลือดดีไหม? คุณสมบัติ ข้อควรรู้ และการเตรียมตัวก่อน–หลังบริจาค
การบริจาคโลหิตช่วยให้โรงพยาบาลมีโลหิตและส่วนประกอบโลหิตสำหรับดูแลผู้ป่วยจากอุบัติเหตุ การผ่าตัด ภาวะเสียเลือด และโรคที่ต้องรับโลหิตอย่างต่อเนื่อง โลหิตที่ได้รับสามารถแยกเป็นเม็ดเลือดแดง พลาสมา และเกล็ดเลือด เพื่อนำไปใช้ตามความจำเป็นของผู้ป่วยแต่ละราย
สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดกรอง การบริจาคโลหิตโดยทั่วไปเป็นกิจกรรมที่ปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อผู้ป่วย แต่ไม่ควรบริจาคเพื่อหวังลดน้ำหนัก ป้องกันโรคหัวใจ หรือใช้แทนการตรวจสุขภาพและการตรวจหาเชื้อ หากมีโรคประจำตัว กำลังใช้ยา หรือไม่แน่ใจว่าบริจาคได้หรือไม่ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตามจริงเพื่อรับการประเมินเป็นรายบุคคล
การบริจาคโลหิตมีประโยชน์อย่างไร
1. ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับส่วนประกอบโลหิตที่เหมาะสม
โลหิตหนึ่งถุงไม่ได้ถูกใช้ในรูปแบบเดียวเสมอไป แต่สามารถแยกเป็นส่วนประกอบต่าง ๆ เพื่อใช้รักษาตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ การบริจาคอย่างสม่ำเสมอของผู้ที่มีสุขภาพพร้อมจึงมีส่วนช่วยให้ระบบบริการโลหิตมีโลหิตสำรองเพียงพอ
2. ผู้บริจาคได้รับการคัดกรองความพร้อมก่อนบริจาค
ก่อนบริจาค เจ้าหน้าที่จะสอบถามประวัติสุขภาพและตรวจเบื้องต้น เช่น น้ำหนัก ความดันโลหิต ชีพจร และความเข้มข้นของเลือด เพื่อประเมินความปลอดภัยของผู้บริจาคและผู้รับโลหิต
โลหิตบริจาคมีการตรวจคัดกรองเชื้อที่ติดต่อทางโลหิตเพื่อความปลอดภัยของผู้รับ แต่การคัดกรองนี้ไม่ใช่บริการตรวจสุขภาพเพื่อวินิจฉัยโรค และการติดเชื้อระยะแรกอาจยังอยู่ในช่วงที่ตรวจไม่พบ หากกังวลว่าตนอาจติดเชื้อ ควรไปตรวจในสถานพยาบาลและงดบริจาคโลหิต
3. สร้างคุณค่าทางสังคมและความรู้สึกที่ดีจากการช่วยเหลือ
ผู้บริจาคจำนวนมากรู้สึกภูมิใจที่ได้ช่วยผู้อื่น อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเชิงบวกนี้ไม่ใช่การรักษาความเครียด ภาวะซึมเศร้า หรือปัญหาสุขภาพจิต หากมีอาการต่อเนื่องควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังบริจาค
คนส่วนใหญ่กลับไปทำกิจวัตรเบา ๆ ได้หลังพักตามคำแนะนำ แต่อาจพบอาการชั่วคราวได้ เช่น เวียนศีรษะ หน้ามืด อ่อนเพลีย คลื่นไส้ หรือรอยช้ำบริเวณเข็ม อาการเหล่านี้มักดีขึ้นเมื่อพักและดื่มน้ำเพียงพอ
การบริจาคเม็ดเลือดแดงทำให้ร่างกายสูญเสียธาตุเหล็กด้วย ผู้ที่บริจาคบ่อย ผู้มีประจำเดือน หรือผู้ที่มีธาตุเหล็กสะสมน้อยอาจเสี่ยงภาวะขาดธาตุเหล็ก แม้ค่าความเข้มข้นของเลือดในวันบริจาคจะผ่านเกณฑ์ จึงควรรับประทานยาธาตุเหล็กที่หน่วยรับบริจาคจัดให้ตามคำแนะนำ และปรึกษาแพทย์หากมีอาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น ซีด หรือสงสัยว่าขาดธาตุเหล็ก
คุณสมบัติพื้นฐานของผู้บริจาคโลหิตในประเทศไทย
เกณฑ์ต่อไปนี้เป็นข้อมูลสรุปจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมขั้นสุดท้ายในวันบริจาค
มีโรคประจำตัว บริจาคได้หรือไม่?
ไม่ได้หมายความว่าผู้มีโรคประจำตัวทุกคนต้องงดบริจาค ตัวอย่างเช่น ผู้เป็นเบาหวานที่ควบคุมได้ด้วยยารับประทาน ไม่ได้ใช้อินซูลิน และไม่มีภาวะแทรกซ้อน หรือผู้มีความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ตามเกณฑ์ อาจบริจาคได้ แต่ต้องแจ้งโรค ยา และประวัติการรักษาตามจริงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมิน
กรณีที่ต้องงดหรือเลื่อนการบริจาค
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โดยผู้ให้นมควรรอจนบุตรหย่านมแล้ว
- เพิ่งคลอดหรือแท้งบุตร ต้องเว้นตามเกณฑ์ของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ
- กำลังป่วย มีไข้ อ่อนเพลีย หรืออยู่ระหว่างใช้ยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ
- เพิ่งสัก เจาะหู ลบรอยสัก ฝังเข็ม หรือทำหัตถการผ่านผิวหนัง ต้องพิจารณาระยะเว้นและสถานที่ทำตามเกณฑ์ล่าสุด
- เพิ่งถอนฟัน รักษารากฟัน ผ่าตัด รับวัคซีน หรือได้รับโลหิต ระยะเวลาที่ต้องเว้นแตกต่างกันตามประเภท
- มีพฤติกรรมหรือเหตุการณ์ที่อาจเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางโลหิต ควรตอบแบบสอบถามและแจ้งเจ้าหน้าที่ตามจริง
ตัวอย่างเกณฑ์ที่ประกาศไว้ ได้แก่ ถอนฟันหรือรักษารากฟันควรเว้นประมาณ 7 วันจนแผลหายดี และการสักหรือหัตถการผ่านผิวหนังบางกรณีต้องเว้นอย่างน้อย 4 เดือน ทั้งนี้ รายละเอียดอาจต่างกันตามเทคนิค สถานที่ทำ และผลการประเมิน จึงควรตรวจเกณฑ์ล่าสุดก่อนเดินทาง
เตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต
- นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 5 ชั่วโมง และควรรู้สึกสดชื่นตามปกติ
- รับประทานอาหารประจำมื้อ ไม่ควรงดอาหารก่อนบริจาค
- หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง หวานจัด และเค็มจัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
- ดื่มน้ำประมาณ 300–500 มิลลิลิตรในช่วง 30 นาทีก่อนบริจาค
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาค
- งดสูบบุหรี่ 1 ชั่วโมงก่อนและหลังบริจาค เพื่อลดความเสี่ยงหน้ามืด
- นำบัตรประจำตัวและแจ้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ ประวัติการรักษา และความเสี่ยงตามจริง
ดูแลตัวเองหลังบริจาค
- นอนพักประมาณ 5 นาที แล้วลุกนั่งช้า ๆ หากเวียนศีรษะให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
- นั่งพักต่อ 10–15 นาที พร้อมดื่มเครื่องดื่มและรับประทานอาหารว่าง
- ดื่มน้ำเพิ่มกว่าปกติในช่วง 24 ชั่วโมง และงดแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงการใช้แขนข้างที่เจาะยกของหนัก และงดกิจกรรมที่ทำให้เสียเหงื่อหรือออกแรงมากประมาณ 24 ชั่วโมง
- รับประทานยาธาตุเหล็กที่ได้รับตามคำแนะนำจนหมด ไม่ควรเพิ่มขนาดยาเอง
เมื่อใดควรขอความช่วยเหลือ
หากรู้สึกหน้ามืดให้นอนราบและยกขาสูง หากเลือดซึมจากแผลให้กดตรงตำแหน่งเจาะต่อเนื่อง หากมีอาการรุนแรง เป็นลมซ้ำ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก แขนบวมมาก ชา ปวดมากผิดปกติ หรือเลือดไม่หยุด ควรติดต่อหน่วยรับบริจาคหรือไปสถานพยาบาล
คำถามที่พบบ่อย
บริจาคโลหิตช่วยลดน้ำหนักหรือเผาผลาญ 650 แคลอรีจริงไหม?
ไม่ควรถือเป็นวิธีลดน้ำหนัก ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่ประโยชน์ที่มีหลักฐานเพียงพอสำหรับใช้แนะนำสุขภาพ ร่างกายต้องใช้พลังงานสร้างส่วนประกอบโลหิตกลับคืน แต่ไม่เท่ากับการออกกำลังกายและไม่ควรนำมาหักลบพลังงานจากอาหาร
บริจาคโลหิตช่วยป้องกันโรคหัวใจหรือไม่?
ยังสรุปไม่ได้ งานทบทวนอย่างเป็นระบบพบว่าผลการศึกษายังไม่สอดคล้องกันและงานวิจัยคุณภาพสูงมีไม่เพียงพอ จึงไม่ควรบริจาคโลหิตโดยหวังผลป้องกันหรือรักษาโรคหัวใจ
ผู้มีโรคประจำตัวบริจาคโลหิตได้ไหม?
ขึ้นกับชนิดโรค การควบคุมอาการ ภาวะแทรกซ้อน และยาที่ใช้ ผู้ป่วยบางกลุ่มที่ควบคุมโรคได้อาจบริจาคได้ ควรนำข้อมูลยาและแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง ไม่ควรหยุดยาเองเพื่อให้ผ่านการคัดกรอง
หลังบริจาคโลหิตออกกำลังกายได้เมื่อไร?
กิจวัตรเบา ๆ มักทำได้เมื่อไม่เวียนศีรษะ แต่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติแนะนำให้งดกิจกรรมที่ทำให้เสียเหงื่อหรือออกแรงมากประมาณ 24 ชั่วโมง หากยังอ่อนเพลียควรพักต่อและไม่ฝืนออกกำลัง
สรุป
ประโยชน์สำคัญของการบริจาคโลหิตคือการช่วยให้ผู้ป่วยมีโลหิตและส่วนประกอบโลหิตสำหรับการรักษา ผู้บริจาคควรเตรียมร่างกายให้พร้อม ตอบคำถามคัดกรองตามจริง และดูแลตนเองหลังบริจาค ไม่ควรคาดหวังผลด้านการลดน้ำหนัก การป้องกันโรคหัวใจ หรือใช้การบริจาคแทนการตรวจโรค หากมีข้อสงสัยให้สอบถามศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติหรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อนบริจาค
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย: คุณสมบัติผู้บริจาคโลหิต
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ: การเตรียมตัวก่อนและหลังบริจาคโลหิต
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ: ขั้นตอนการบริจาคโลหิต
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ: งานตรวจโลหิตบริจาค
- AABB: Iron Management Among Blood Donors
- Quee FA และคณะ: Cardiovascular Benefits for Blood Donors? A Systematic Review (2022)
ตรวจทานข้อมูลล่าสุด: 24 กันยายน 2569 — เกณฑ์รับบริจาคอาจมีการปรับปรุงตามสถานการณ์และนโยบายของหน่วยงาน โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติก่อนเดินทาง
ข้อสงวนสิทธิ์ทางการแพทย์: บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์หรือเจ้าหน้าที่คัดกรองผู้บริจาค



